UFA6556-LogIn-600x200-01
ufabet ทีเด็ด บอล วันนี้ ราคา บอล

เรื่องข่าวของ กรานิท

กรานิท ชาก้า (28 ปี สัญญาถึงกลางปี 2023) ตกเป็นสัญญากับทางโรม่าได้แล้วสัญญา 5 ปี ค่าตัว 18-20 ล้านยูโร ยังไม่มีการยืนยันใดๆ นอกจากนี้

 

     #Fact: นักเตะลงซ้อมกับทีมชาติสวิสเซอร์แลนด์ จะเตะเกมแรกของยูโร 2020 เจอกับ เวลส์ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว ไม่มีทางจะมาเจรจารู้ 4-6-8 อะไรทั้งสิ้น รอแข่งแล้ว ถ้าเรื่องนี้จริง เอเยนต์น่าจะเดินเรื่องคุยสัญญาส่วนตัว ส่วน โรม่า ก็คุยกับ อาร์เซนอล ให้รู้เรื่องว่าราคาเท่าไร

 

     เป็นหนึ่งในดีลประหลาดที่สุดที่เคยเจอมาในวงการฟุตบอลอาร์เซนอล แต่ก็ไม่แปลกใจนัก กับทีมดีลราคาของ อาร์เซนอล ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ล้มเหลวกับการขายนักเตะอย่างยิ่ง

นับจากการออกจากทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์

     นับจากการออกจากทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ พร้อมกับการมีการตั้ง Sporting Director เข้ามาสู่ทีมปืนใหญ่ เริ่มจาก ราอูล ซาเนฮี มาจนถึง เอดู ดีลที่ขายออกแพงที่สุดของ อาร์เซนอล คือ อเล็กซ์ อิโวบี้ ย้ายไป เอฟเวอร์ตัน 28 ล้านปอนด์ เงินสด + Add-on อีก 7 ล้านปอนด์ รวม 35 ล้านปอนด์ (ในที่นี้ขอนับแค่ 28 นะครับ เพราะอีก 7 ไม่รุ้ว่าคืออะไรบ้าง และจะได้ครบเมื่อไร หรืออย่างไรตรงนี้ไม่มีข้อมูล)

 

     นอกนั้นรองลงมาคือ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ 17 ล้านปอนด์ ไป แอสตัน วิลล่า และตามด้วย คริสเตียน บิลิค 10 ล้านปอนด์ ไป ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ซึ่งปีนี้เกือบตกชั้น แถมปีนี้เจ็บยาวอดไปยูโรนอกนั้นต่ำกว่า 10 ล้านปอนด์ทั้งหมด และไม่ก็ปล่อยฟรี เมซุต เออซิล (42.5 ล้านปอนด์), สโคดราน มุสตาฟี่ (35 ล้านปอนด์) และ โซคราติส (17 ล้านปอนด์)

 

     สวนทางกับการซื้อ นักเตะ เข้ามาเสริมทีม นิโกล่าส์ เปเป้ นำมาเลย 72 ล้านปอนด์ ผ่อนยาว 5 ปี, โธมัส ปาเตย์ 45 ล้านปอนด์, วิลเลี่ยม ซาลิบา 27 ล้านปอนด์ และ คีแรน เทียร์นีย์ 25 ล้านปอนด์ บวกด้วยเซ็นฟรี วิลเลี่ยน ค่าเหนื่อย 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และอีกหลายคนที่ใช้เงินการซื้อเข้ามาเสริมทีม เช่น ปาโบล มารี, ดาวิด ลุยซ์ หรือว่า กาเบรียล มากัลเญส เป็นต้น

 

     ย้อนกลับมาที่ ชาก้า ปีที่ผ่านมาลงเล่นไปทั้งหมด 45 เกมในทุกรายการ นับเฉพาะ EPL ลงไป 31 เกม และมีบางช่วงลงเล่นต่อเนื่องแบบ Non-Stop มากกว่า 10 เกม มองแค่นี้ ไม่ต้องแฟนบอลทีม ก็เชื่อว่า นี่มันตัวหลักชัด ๆ

 

     นักเตะที่เป็นตัวหลักของทีม กำลังถูกโละในราคาที่เหมือนกับ นักเตะ สำรอง หรือนักเตะที่พร้อมปล่อยในทุกราคา ไม่ต้องมองไกล เอาตาม “ข่าวเขาว่ามา” ไอน์สลีย์ เมดแลนด์-ไนลส์ หรือเสี่ยไนลส์ ที่แฟนปืนชอบบ้าง ไม่ชอบเยอะกว่า อาร์เซนอล ยังกล้าปัดเงิน 15 ล้านปอนด์ ไม่ขายให้ วูลฟ์ส ในช่วงต้นฤดูกาลอยู่เลย แต่นี่กำลังมาขาย ชาก้า ราคาแทบจะเท่ากับ เสี่ยไนลส์ นักเตะที่ไม่มีตำแหน่งในทีมปืนใหญ่

 

     การขาย นักเตะ “ตัวหลัก” ของทีม แทบทุกสโมสรในโลกฟุตบอล เป็นหนึ่งในการขายที่ต้อง “ทำกำไร” หรือ “คุ้มค่า” ที่สุด เรียกว่าเป็นกลุ่มคนมีราคาของทีมแทบทุกคน ยกเว้นว่า นักเตะ เหล่านั้น กำลังจะหมดสัญญาในปีสุดท้าย และไม่สามารถต่อสัญญาได้ การขายขาดราคาถูกลงจึงเกิดขึ้น ไม่งั้นก็ “กำตด” ไม่ได้อะไรกลับมา แบบที่ อาร์เซนอล กำมาแล้วกับดีลของ อารอน แรมซีย์ ในปี 2019 ตอนนั้น ราอูล ซาเนฮี บอกมาโคตรหล่อ เราจะไม่ให้เกิดแบบนั้นอีก แต่แล้วไงล่ะ โซคราติส ฟรี มุสตาฟี่ ฟรี เออซิล ก็ฟรี สามคนนี้รายหลังสุด ไม่รู้ปัญหาอะไร แต่อยู่กับทีมมา 8 ปี ฟรีแบบไม่มีค่าตัว ไม่มีการบอกลาใด ๆ ที่อาลัย “ซูเปอร์สตาร์” หมายเลขหนึ่งของทีมในช่วงเวลาหนึ่งของสโมสรคนนี้เลย

“ปัญหาส่วนตัว”

     นั่นคือสิ่งที่ อาร์เซนอล ทำมาแล้ว และส่วนตัวพอจะเข้าใจได้ว่า นักเตะบางคน ผลงานแย่ ไม่อยู่ในแผนงานทำทีม บ้างก็ “ปัญหาส่วนตัว” แบบไม่อยากบอกคนนอกรู้ แต่ก็ต้องออกจากทีมไป

 

แต่ไม่ใช่กับ กรานิท ชาก้า

 

     หาก สารัช นามสกุล อยู่เย็น ชาก้า ก็ต้อง “ชาก้า อยู่เป็น” มากคนหนึ่งในทีม เขาไม่เคยมีปัญหากับ โค้ช คนใดเลยใน อาร์เซนอล โค้ชทุกคน ตั้งแต่เวนเกอร์ ชอบเขาหมด แม้ในวันที่มีปัญหากับผลงานเฮงซวย มีเรื่องกับแฟนบอลอย่างหนัก อูไน อเมรี่ ยังปกป้องเขา อาร์เตต้า ออกตัวแรงล้อฟรี ร้องขอ

 

“ชาก้า เอ็งอย่าไป แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เลยวะ อยู่ช่วยพี่ก่อน”

 

     ตอนนั้นตาม “ข่าวเขาว่ามา” ดีลจบแล้ว อาร์เซนอลได้เกือบ 27 ล้านปอนด์ แต่ อาร์เซนอล ยังไม่ขายแถมบอกด้วยว่า ชาก้า นี่ล่ะตัวหลักของทีม และที่ผ่านมา ชาก้า ในยุคของ อาร์เตต้า ชัดเจนว่าเขา พูดจริงในเรื่องนี้ เพราะใช้งานเขามาตลอด แม้กระทั่ง วันที่ แบ็คซ้าย ไม่มีคนลงเล่น ชาก้า ยังได้ลงก่อน เซดริค โซอาเรส แบ็คขวา ผู้เคยเล่นแบ็คซ้ายได้บ้าง เป็นทุกอย่างให้ทีมแล้วสำหรับชาก้า และในมุมของ นักเตะ ด้วยกัน ชาก้า ก็จัดว่าเป็น “ซีเนียร์” ของทีมแล้วคนหนึ่งกับการอยู่มาตั้งแต่ปี 2016 และได้รับการยอมรับการเป็นกัปตันทีมมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย

 

     มาวันนี้ โรม่า จะปิดดีล 18-20 ล้านยูโร หรือประมาณ 17 ล้านปอนด์ (ประเมินที่ 20 ล้านยูโร) อาร์เซนอล กำลังจะขาย โดยดีลนี้ เป็นดีลที่มาจาก อาแอส โรม่า ทีมใน เซเรีย อา และ เป็นดีล “ใบสั่ง” ของ โชเซ่ มูรินโญ่ โดยตรง ว่าต้องการตัวเขาไปร่วมงานด้วยในอิตาลี ในแบบที่ มูรินโญ่ ยังไม่ได้เข้าไปรับงานในทีมเลยด้วยซ้ำ มันหมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่า มูรินโญ่ มองเห็นศักยภาพแล้วว่า นักเตะ คนนี้ดีพอจะอยู่ใน “ฝูงหมาป่า” ในขณะที่แฟนบอล อาร์เซนอล มีความเห็นออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งมองว่า ชาก้า ดีพอจะอยู่ในทีมอาร์เซนอลต่อไป ขณะที่อีกส่วน มองว่า ชาก้า กากเกินทน ขายได้เท่านี้ก็ดีแล้ว… นานาจิตตัง แต่แค่จะบอกว่า อาร์เซนอล กำลังจะขายตัวหลักในราคาตัวสำรอง เพราะอะไรบอกไม่ได้ แต่ถ้าขาย อนาคตราคาคนอื่นก็อย่าหวังว่าจะสามารถเรียกร้องได้เงินมากเช่นกัน

 

     ชาก้า อาจไม่ใช่ นักเตะ ระดับคนสำคัญในแบบที่ “แตะต้องไม่ได้” นักเตะทุกคนต้องมีค่าตัวอยู่แล้ว แต่หากขายในราคานี้ ถามคำเดียวเลยว่าแล้ว นักเตะ สำรอง ชาก้า มาตลอดฤดูกาลนี้อย่าง โมฮัมเหม็ด เอลเนนี่ หรือ นักเตะ ที่อาร์เซนอล ตกเป็นข่าวอยากขายอย่างเช่น มัตเตโอ เกวนดูซี่, ลูคัส ตอร์เรียร่า, ไอน์สลีย์ เมดแลนด์-ไนลส์ หรือ เอ็ดดี้ เอนเคเธีย มันจะเหลือราคาเท่าไรกันล่ะ? ในเมื่อตัวหลักของทีมราคาเพียง 17 ล้านปอนด์ ในแบบที่สัญญาเหลือมากกว่าหนึ่งปี

 

     สวนทางกับ “ข่าว” ซื้อเข้าที่ “ปืนใหญ่ หน้าใหญ่” จะทุ่ม 30-40 ล้านปอนด์ ไปซื้อ อีฟ บิสซูม่า (24 ปี สัญญาถึงกลางปี 2023) กองกลาง ไบร์ทตัน หรือกระทั่ง ซานเดอร์ เบิร์ก (23 ปี สัญญาถึง 2024) กองกลางเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

บิสซูม่า ถูกประเมินที่ 25 ล้านยูโร  / เบิร์ก ถูกประเมินที่ 18 ล้านยูโร

หนึ่งคนอยู่ในทีมอันดับ 17 หนึ่งคนในทีมตกชั้นอันดับสุดท้ายของลีก ในราคาแพงกว่า “ชาก้า” ทั้งหมด

 

     ด้วยความเคารพในคุณภาพของสองนักเตะที่ อาร์เซนอล อยากได้ ราคาของพวกเขาสูงหรือต่ำ ไม่เกี่ยวกับ ศักยภาพของพวกเขาแต่อย่างใด แต่สิ่งที่จะบอกคือ สโมสรเหล่านั้น ไม่เคย ประเมินค่า นักเตะ ตนเองต่ำตามผลงานของทีม พวกเขาคือตัวหลักของทีมตลอดฤดูกาล ผลงานดีหรือไม่ดี แต่นี่คือตัวหลัก อายุน้อย และ “ขายได้ราคา พวกเขาก็จะเรียกให้มันได้ราคา”

 

     Transfermarkt เห็นระยะหลังหลายคนชอบเอาราคาประเมินของเว็บไซต์นี้มาระบุว่า ค่าตัว นักเตะ ประมาณเท่านั้นเท่านี้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว มันแทบไม่มีผลกับการดีลซื้อขายเลยด้วยซ้ำ แต่ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายขึ้น

 

     บิสซูม่า ถูกประเมินที่ 25 ล้านยูโร  / เบิร์ก ถูกประเมินที่ 18 ล้านยูโร  และทั้งสองคน ทั้งสองสโมสรเรียกราคาสูงกว่าราคาประเมิน แต่กับ ชาก้า ประเมิน 22 ล้านยูโร แต่อาร์เซนอล กำลังจะขายในราคาต่ำกว่าราคาประเมิน…มันแปลกแต่จริงไปแล้ว ตามข่าวที่แจ้งมา ย้ำนะครับ ทุกตัวเลขผมเลือกจากข่าวมาเล่าอีกที

 

     มองในความเป็นจริง สแตน โครเอนเก้ เจ้าของสโมสรผู้ถือหุ้นใหญ่ระดับ 93.6 % ของปืนใหญ่ ชายผู้ซึ่งได้ชื่อว่า “โคตรงก” ที่สุดในวงการฟุตบอลคนหนึ่ง กลับจะยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแบบนั้นหรือ มองได้สองมุม

  • ยอม เพราะช่างมัน ตูรัก NFL โว้ย เอาเงินมาให้ก็พอ ทีมบรรลัยก็ช่างหัวแม่มัน บ้านตูอยู่อเมริกา
  • ยอม เพราะ ไม่เป็นไร จอช ลูกรัก เดี๋ยวพ่อจะให้ ซาร่า โอนเงินไปสัก 100 ล้านปอนด์ ทำให้เด็กปืนมันดูว่าพ่อรวยขนาดไหน ใครไม่ชอบใจขายทิ้งเลยลูก สร้างทีมใหม่เลย

 

หรือทางเลือกที่สาม

 

“ไม่ขายก็ไม่มีเงินให้”

 

     มองสองทางเลือกแรก ทางเลือกแรก ในฐานะแฟนบอลอาร์เซนอล รู้อยู่แล้ว ชินชาไปแล้ว แต่ถ้าทางเลือกที่สอง หากเป็นจริง จะงดด่า โครเอนเก้ หนึ่งตลาดการซื้อขาย แต่ถ้าทางเลือกที่สาม ก็ “หายนะ” เรื่องการเงินกันอย่างแท้จริง

 

     ว่ากันตามปกติแล้ว อาร์เซนอล หรือทุกสโมสร จะมีงบประมาณการซื้อ นักเตะ อยู่แล้ว นี่คือหนึ่งในงบที่ต้องมีทุกปี มากน้อยก็ว่ากันไป ที่เหลืออยากได้เพิ่ม หากเจ้าของสายเปย์หน่อย แบบเสี่ยหมี ก็อาจจะสั่งงานให้ทีมงานจัดหามาให้แบบถูกต้องตามกฎของลีก แต่ถ้าอีกแบบก็คือ หมุนเวียนเงินทุน จาการซื้อขาย นักเตะ ที่มี บริหารการเงินกันไป ซึ่งวิธีหลังใช้งานกันหลายทีม “ไม่ใช่แค่ อาร์เซนอล”

 

     หากการล้มเหลวไม่ได้ไปเล่นยุโรป ในรอบ 26 ปี บวกกับสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 จะทำให้ อาร์เซนอล หมดงบประมาณขนาดนั้นจริง โครเอนเก้ ก็ควรพิจารณาขายทีมได้แล้ว อย่าอยู่ให้แฟนบอเขาสาปแช่งเลย

 

     การเกิดดีลประหลาดของชาก้าที่กำลังเป็นข่าวนี้ จึงเป็นสิ่งที่สวนทางกับทิศทางการบริหารทีมของ โครเอนเก้ อย่างยิ่ง เพราะการขายนักเตะประเภทนี้แล้วได้ “เงินน้อย” หรือจะบอกได้ว่า “ขาดทุน” ไม่ส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจใดของปืนใหญ่เลยสักนิดเดียว เพราะหากจะเสริมทีม “เงินคือปัจจัยสำคัญที่สุด” แต่กำลังเสียคนที่ “โค้ช” เลือกใช้แน่นอน ออกไปในราคาที่ เอาไปแลกขายตัวที่เป็นเป้าหมายตามข่าวได้มาแค่ “ครึ่งร่าง”เท่านั้น

 

     อาร์เซนอล จะต้องเปลืองงบประมาณอีกมากแค่ไหน ในการจะเสริมทีมเพื่อเป้าหมายในการไปเล่นฟุตบอลยุโรปให้ได้อีกครั้ง แค่มองจุดเริ่มต้นตลาดการซื้อขาย ก็ดูแล้วเหนื่อยใจแทน  และยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปอีก ถ้ามองว่า ที่ผ่านมานับจากปี 2018 อาร์เซนอล รายรับน้อยมากมาตลอดสามปี สวนทางกับรายจ่ายที่จ่ายหนักทุกปี แต่ผลงานกลับสวนทางสาละวันเตี้ยลงเช่นนี้

 

     แม้ว่าจะไม่ชอบ โครเอนเก้ แต่ถ้ามองมุมที่ โครเอนเก้ เห็น เป็นใครก็เหนื่อยใจ ลงทุนไปก็ไม่น้อย บอร์ดบริหารที่จ้างมาก็หลายชุด ทีมงานที่จ้างมาก็หลายคน เชื่อมั่นในทีมงานก็แล้ว อนุมัติงบประมาณลงทุนก็แล้ว (อนุมัติไม่ได้หมายความว่าเอาเงินส่วนตัวมาลง) เสริมทีมตัวโคตรแพงก็แล้ว  แต่ทำไมผลงานยังออกมาแบบนี้ แถมจบฤดูกาลที่ผ่านมา เหมือนกับต้องนับหนึ่งใหม่อีกแล้ว

 

     การซื้อขายรอบนี้ เป็นรอบที่สื่อมวลชน และแฟนบอลอาร์เซนอล คงจะให้ความสนใจเป็นพิเศษว่า สุดท้ายแล้ว อาร์เซนอล จะออกมาหน้าตาแบบไหน เพื่อประเมินต่อว่า พวกเขาน่าจะอยู่ตรงไหนของลีก แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว สิ่งที่สนใจกว่านั้นคือ การขาย นักเตะ ของทีมงานชุดนี้จะยังคงพุ่งชนความล้มเหลวกับการเจรจาขายนักเตะอีกหรือไม่ และจะต้องมีอีกกี่คนที่ตบด้วยว่า “ยืมตัว รอสัญญาหมด” หรือ “ปล่อยฟรีลดค่าเหนื่อย” โดยที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลยจากการลงทุนแสนแพงกว่าจะได้คนเหล่านั้นมาร่วมงานด้วย

 

     ทำธุรกิจแบบนี้ จะหาความมั่งคั่งมาได้จากไหน ในเมื่อทุกปี รายรับน้อยกว่ารายจ่าย อยู่อย่างนี้เรื่อยไป ทีมงานดีลซื้อขาย สมควรพิจารณาศักยภาพการทำงานของตนเองในด้านการสร้างรายได้ กลับคืนสู่องค์กร ว่าแล้ว ก็ไม่รู้ว่าโครเอนเก้ จะมองเห็นแบบเดียวกันแล้วจะเหนื่อยใจไหม ถ้าเหนื่อย เรามีทางออกที่ดีที่สุดมานำเสนอ

 

“ขายทีมสิครับ” แฟนบอลอาร์เซนอลทั้งโลก เขารอฉลองวันเอ็งหุ้นสโมสรอยู่ ไอ้เชี้ยเก้!!

Ads ทีเด็ด บอล เต็ง วันนี้ ฟุตบอล วันนี้