UFA6556-LogIn-600x200-01
ufabet ทีเด็ด บอล วันนี้ ราคา บอล

ว่ากันด้วยเรื่อง “สามแถบ”

หลังจากคุยกันเรื่องเกี่ยวกับ “ในสนาม” ฟุตบอลกันมามากแล้ว วันนี้ เรามาคุยกันเรื่องเกี่ยว “นอกสนาม” กันบ้างครับ

     เรื่องของ “อุปกรณ์กีฬา” ทุกวันนี้กลายเป็นหนึ่งในเรื่อง ที่มากกว่าแค่เพื่อใช้งานกันแล้ว เพราะมันกลายเป็นเรื่องของ “แฟชั่น” “ดีไซน์” และเรื่อของ “ไลฟ์สไตล์” ไม่ว่าจะในสนาม หรือนอกสนาม ผู้สวมใส่ก็ต้อง ดูดี อยู่ตลอดเวลา

     มีหลายแบรนด์กีฬามากมาย ที่อยู่ในวงการฟุตบอลของเราในยุคนี้  วันนี้เราขอเลือกมาหนึ่งแบรนด์ที่อยู่ในดวงใจของคุณ มาบอกเล่าให้อ่านกัน แบบเพลินจบในไม่กี่นาที กับเรื่องราวของ แบรนด์สัญาชาติ เยอรมัน รายนี้

อาดิดาส (ADIDAS)

     อาดิดาส เกิดขึ้นการการก่อตั้งของชายที่ชื่อว่า อดอล์ฟ ดาสเลออร์ ซึ่งมือชื่อเล่นว่า “แอดดิ” (Adi) เมื่อนำมารวมกันคำแรกของชื่อสกุล ก็จึงกลายมาเป็น Adidas หรือ แอดดิดาส ที่กลายมาเป็น อาดิดาส ในการออกเสียงภาษาอังกฤษ นั่นเอง

     อดอล์ฟ มีพี่ชายชื่อว่า รูดอล์ฟ ในยุคนั้นอย่าว่าแต่รองเท้ากีฬาเลย รองเท้าธรรมดาดีๆ สักคู่ก็หาไม่ได้ง่ายเลย เมื่อ 100 ปี ก่อนหน้านี้ ใน ค.ศ. 1920 พี่น้องตระกูลดาสเลอร์ ได้ทำการออกแบบและสร้างรองเท้าคู่แรกออกมา เป็นครั้งแรก

     ช่วงเวลานั้นคือช่วง สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เพิ่งจบสิ้นลง สองพี่น้องที่เพิ่งกลับมาจากสงคราม ก็ได้ทำการสร้างแบรนด์ที่ชื่อว่า “ดาสเลอร์” ขึ้นในปี 1924 โดยมีการตั้งชื่อบริษัทของพวกเขาว่า “Dassler Brothers Shoe Factory”

     ธุรกิจของพวกเขาสองคนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี “ดาสเลอร์” กลายเป็นแบรนด์รองเท้ากีฬา ยอดนิยม ที่ได้รับการตอกย้ำจาก นักวิ่งชาวอเมริกันที่ชื่อว่า เจสซี่ โอเว่น ที่ได้รับรองเท้า ดาสเลอร์  ลงแข่งขันในกีฬา โอลิมปิก เกมส์ ในปี 1936 ที่กรุง เบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน พร้อมกับการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ถึง 4 รายการแข่งขัน และแน่นอนว่า นอกจากความสำเร็จของ โอเว่น ที่ยอดเยี่ยมแล้ว ชื่อเสียงในฐานะ รองเท้าวิ่ง ของ ดาสเลอร์ ก็ยิ่งโด่งดังขึ้นไปอีก กับยอดขายหลักหลายแสนคู่ต่อปี

     อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักเป็นเวลานานถึง 6 ปี จากการเกิด สงครามโลก ครั้งที่สอง ดาสเลอร์ กลายเป็นรองเท้าที่ถูกผลิตใช้งานในกองทัพ ในช่วงเวลานั้นด้วย ภายใต้ธงนาซี ซึ่งหลังสงครามจบลง แบรนด์ ดาสเลอร์ ก็กลายเป็นอดีตไปด้วย

     มีข้อมูลว่า พี่น้องตระกูล ดาสเลอร์ มีปัญหากันจนถึงขั้นแตกหักกัน รูดอล์ฟ ระหว่างสงครามโลก เขากลายเป็นเชลยศึก เป็นเวลานานถึงหนึ่งปีเต็ม และเมื่อกลับมาแล้ว ทั้งสองคนต่างมีปัญหากัน (บ้างก็ว่าด้วยเรื่องผู้หญิง ไม่ก็เรื่องธุรกิจ) แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็แยกทางกันจนได้ โดยต่างฝ่ายต่างไปก่อตั้ง โรงงานผลิตรองเท้าเป็นคนตนเอง

แบรนด์ในวงการกีฬา

     อดอล์ฟ สร้างแบรนด์ใหม่ “อาดิดาส” ขึ้น และก็มีพัฒนาการในการสร้างแบรนด์ของตนเอง ในวงการกีฬา อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวงการรองเท้ากีฬา ซึ่งพวกเขาสร้างขึ้นจนกลายเป็น หนึ่งในแบรนด์ที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อวงการกีฬาจนถึงปัจจุบันนี้

     สโมสรฟุตบอลมากมาย เลือกใช้แบรนด์ อาดิดาส เช่นเดียวกับ ทีมชาติ หลายชาติ ได้รับการสนับสนุนโดยพวกเขา รวมถึง ทีมชาติ เยอรมัน บ้านเกิดของ อาดิดาส ก็เป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกันมากกว่า 50 ปี

     อย่างไรก็ตามในเรื่องของ “สัญลักษณ์” ที่ทำให้ อาดิดาส กลายเป็นที่จดจำได้ง่ายยิ่งขึ้น นั่นคือ “The Three Stripes” หรือสามแถบ ซึ่งต่อมากลายเป็นสิ่งที่อยู่กับ ผลิตภัณฑ์ของอาดิดาส ในทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า, รองเท้า หรือเครื่องแต่งกายต่างๆ ของพวกเขา

     “สามแถบ’ แท้จริงแล้วแต่เดิมไม่ใช่ ลิขสิทธิ์ของทาง อาดิดาส แต่เป็นของแบรนด์กีฬาที่ชื่อว่า Karhu Sports แบรนด์อุปกรณ์กีฬา จากประเทศฟินแลนด์ ซึ่งเจ้าเส้น สามเส้น ดังกล่าว ดันไปถูกอกถูกใจ อดอล์ฟ อย่างมาก จนถึงขั้นขอซื้อ เครื่องหมายการค้านี้ มาเป็นของตนเอง โดยมีการระบุว่า เขาซื้อมาในราคาสูงถึง 1,600 ยูโร และวิสกี้อีก 2 ขวดโดยซื้อมาเป็นของตนเองในปี 1952 จนมาถึงทุกวันนี้ เรียกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะมันกลายเป็น ภาพจำ ที่หลายคนคิดถึง และยากจะลบเลือน

     นอกจากนี้จะมีอีกสัญลักษณ์ที่ คนไทยเรียกว่า “แดสช่อ” หรือชื่อจริงว่า “The Trefoil” ซึ่งเป็นลักษณะของ ใบไม้สามใบ ถูกออกแบบมาในปี 1971 ก่อนมีการใช้งานในปีต่อมา ในมหกรรม กีฬา โอลิมปิกเกมส์ ที่ประเทศ เยอรมัน ซึ่งหลังจากจบการแข่งขัน อาดิดาส ก็นำ สัญลักษณ์ดังกล่าว ใช้ในหลายผลิตภัณฑ์ จนถึงปัจจุบัน อาดิดาส เลือกใช้ “The Trefoil” สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ แฟชั่น หรือสายคลาสสิก ที่เรารู้จักกันในนาม Adidas Original Collection นั่นเอง

โลโก้ที่คุ้นตา

     สำหรับ โลโก้ ที่ชื่อว่า The Triangle ที่เราเห็นกันจนชินตา กับโลโก้ คล้ายสามเหลี่ยม หรือบางคนจะมองเป็น “ภูเขา”เกิดขึ้นในปี 1990 ที่ออกแบบมาภายใต้แนวคิดความท้าทาย และเป้าหมายของ นักกีฬา ทุกคน นอกจากนี้ก็จะยังมี Adidas Neo หรือ Adidas Silver ซึ่งก็จะถูกใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วยเช่นกัน

     ทั้งนี้ อดอล์ฟ ดาสเลอร์ เสียชีวิตในปี 1978 ด้วยวัย 77 ปี ขณะที่ รูดอล์ฟ พี่ชายที่แยกทางกันไป ไปเปิดแบรนด์รองเท้า ที่ชื่อว่า “Ruda” ซึ่งมาจาก รูดอล์ฟ + ดาสเลอร์ ที่ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อ และกลายเป็นแบรนด์ที่ชื่อว่า “Puma” ที่กลายเป็น อีกหนึ่งแบรนด์ อุปกรณ์กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของโลกกีฬา นั่นเอง

Ads ทีเด็ด บอล เต็ง วันนี้ ฟุตบอล วันนี้