UFA6556-LogIn-600x200-01
ufabet ทีเด็ด บอล วันนี้ ราคา บอล

ย้อนความทรงจำกับ “ดิยาบี้”

     อาบู ดิยาบี้ กลายเป็นอดีต นักเตะ ไปเรียบร้อยแล้ว นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา หลังจากที่เขา บาดเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า มาตลอดชีวิตการเป็น นักเตะอาชีพ และเรื่องราวนี้ จะเป็นเรื่องราวของเขา เรื่องราวที่แม้จะไม่น่าพูดถึง แต่ ดิยาบี้ ก็กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มยิ้มของคนที่เข้าใจและยอมรับกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง ซึ่งสุดท้ายมันนำพาให้เขาต้องอำลาฟุตบอลที่เขารัก

     ดิยาบี้ วัย 34 ปี ลงเล่นกับอาร์เซนอล 180 เกม 19 ประตู 16 แอตซิสต์ ตลอด 9 ฤดูกาลกับทีมเฉลี่ยแล้วประมาณ 20 เกมต่อปีเท่านั้น นั่นเพราะอาการบาดเจ็บมากมายของเขา

     “ผมกลับมาที่นี่ (ไฮบิวรี่) ผมรู้สึกเต็มไปด้วยอารมณ์ร่วมที่ได้กลับมา ผมลงเล่นเกมแรกที่นี่กับนักเตะชั้นนำมากมาย ผมจำได้ว่าได้ลงเล่นกับ เดนนิส เบิร์กแคมป์ มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อสำหรับผม

     “ผมเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลด้วยความฝัน แน่นอนที่สุดทุกอย่างมันเริ่มเพราะความฝัน ฝันของผมคือการเป็นนักฟุบอลอาชีพ กับสโมสรใหญ่ ซึ่งแน่นอนผมได้ตามฝันด้วยการเล่นกับอาร์เซนอล

     “การมาที่นี่มันเต็มไปด้วยความกดดัน ซึ่งมันก็ปกตินะคุณมาเล่นกับสโมสรใหญ่ นักเตะรอบตัวคุณก็เป็นระดับสุดยอดทั้งนั้น หน้าที่ของผมในเวลานั้นคือการพิสูจน์ตัวเอง และทำงานหนัก

การถูกเปรียบเทียบกับ ปาทริค วิเอร่า ที่เพิ่งออกจากทีมไปในเวลานั้น

     “แน่นอน มันคือแรงกดดันในตอนแรกนะ ปาทริคเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของที่นี่ แฟนบอลมักมองหาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ส่วนผมคือการทำงานเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เพื่อเป็นตัวของผมเอง

อาการบาดเจ็บหนักที่เกิดขึ้นจากการเข้าสกัดของ แดน สมิธ ในเกมพบกับซันเดอร์แลนด์

     “มันคืออาการบาดเจ็บครั้งใหญ่ และอีกหลายครั้งที่ตามมา ตอนนั้นผมเพิ่งอายุ 19 ผมคิดแค่ว่า โอเค เราบาดเจ็บนะ ก็ต้องรักษา และก็จะกลับไปลงสนามแต่สำหรับผมแล้วผมตระหนักว่ามันมีอะไรที่ต่างออกไปเกิดขึ้นกับผม

     “ผมรู้สึกไม่เหมือนเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นกับเท้าของผม ข้อเท้าของผมมันไม่เหมือนเดิม ผมรู้สึกวิ่งช้าลงกว่าเดิม อาการบาดเจ็บก็แวะเวียนมาหาผมต่อเนื่อง แต่ด้วยความสัตย์จริงเลยนะ ผมไม่ได้โกรธแค้นอะไร แดน สมิธ มันคืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ในการเล่นฟุตบอล และมันเกิดขึ้นกับผม ถ้าเวลานี้เขามาอยู่ตรงนี้ เดินผ่านผมไป ผมก็จำเขาไม่ได้หรอก ถ้าเจอก็อาจจะทักกัน แต่ผมจำหน้าเขาไม่ได้หรอก

     “ผมได้รับการสนับสนุนมากมายจากเพื่อนร่วมทีม จากผู้จัดการทีม และจากหลายๆ คน เพราะมันไม่ง่ายเลยที่จะก้าวข้ามผ่านมันมา มันไม่ง่ายเลย

     8 เดือนครึ่งที่ต้องสู้กับอาการบาดเจ็บใหญ่ครั้งแรกในชีวิต ดิยาบี้ กลับมาลงเล่นเกมแรกในลีก คัพ พบกับ ลิเวอร์พูล และเกมนั้นเป็นหนึ่งในเกมที่เขารู้สึกดีอย่างที่สุด เมื่อได้กลับมาลงสนาม

     “ตอนนั้นผมกลับมาจากอาการบาดเจ็บได้แล้ว ผมกำลังมั่นใจเลยล่ะ ไม่กลัวอะไรด้วย เกมนั้นคุณ (อาลิยาดิแยร์) ก็ยิงได้ในเกมนั้น มันมีความสุขที่ได้กลับมาลงสนาม

     “พอฤดูกาลต่อมา เราก็เล่นกันได้ยอดเยี่ยม ผลการแข่งขันก็เป็นใจให้กับเรา แต่มันน่าเสียดายที่เราพลาดโอกาสไปหลายครั้งทั้งที่เราเล่นฟุตบอลกันได้ดี สมาธิบางครั้งเราก็ไม่มากพอ มันเป็นฤดูกาลที่เราเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ ลีก มากที่สุดแล้ว

ลงเล่นกับสโมสรได้อย่างต่อเนื่อง โดดเด่นจนได้รับชื่อเสียงมากมาย

     อาบู ดิยาบี้ ลงเล่นกับสโมสรได้อย่างต่อเนื่องนับจากนั้นเป็นเวลาสองฤดูกาล โดดเด่นจนได้รับเสียงชื่นชมมากมาย แม้จะไม่ได้แชมป์กับสโมสร แต่ก็ส่งให้เขาได้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2010 กับทีมชาติฝรั่งเศส

     “การได้เล่นให้ทีมชาติของตัวเองมันคือเกียรติยศ และการได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกมันก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพราะมันมีไม่กี่คนหรอกที่ได้ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ น่าเสียดายที่เราไม่ได้แชมป์แบบที่เราหวังเอาไว้ แต่ผมก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลโลก 2010*”

     หมายเหตุ: ในฟุตบอลโลก 2010 ทีมชาติฝรั่งเศส มีปัญหากันภายในทีม ปาทริซ เอฟร่า เป็นตัวตั้งตัวตีนำทีมไม่ลงซ้อมเนื่องจากไม่พอใจในตัว เรย์มองต์ โดเมอเน็ค ผู้จัดการทีม ส่วน นิโกล่าส์ อเนลก้า ด่า โดเมอเน็ค จนโดนส่งกลับบ้านก่อนจบทัวร์นาเมนต์ ซึ่งฝรั่งเศสตกรอบแรก ส่วนดิยาบี้ ได้ลงเล่น 90 นาทีเต็มครบทั้งสามเกม ซึ่งฝรั่งเศส เสมอ 1 แพ้ 2

     “พอกลับมาจากฟุตบอลโลก ผมก็เจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บ ผมโดน โรบินสัน (พอล โรบินสัน กองหลังโบลตัน) เข้าสกัดที่ข้อเท้า ตอนนั้นผมยังไม่ได้เข้ารับการผ่าตัดโดยทันที แต่หลังจากที่เข้ารับการผ่าตัด ผมก็ได้รู้ว่า มันมีชิ้นส่วนกระดูกบางส่วนที่ข้อเท้าของผมแตกหัก และหมอก็เอามันออกจากร่างกายของผม ซึ่งเราไม่รู้มาก่อนเลยว่ามันมีการแตกหักจนกระทั่งผ่าตัดนั่นล่ะ

     “หลังจากนั้นร่างกายของผมก็มีการปรับตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเกิดปัญหาอาการบาดเจ็บตามมา โดยเฉพาะกล้ามเนื้อโคนขาด้านหลัง ซึ่งผมต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บไปเรื่อยตลอดสองปี มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด

เคยคิดไหมว่ามันจะทำให้คุณกลับมาเล่นฟุตบอลไม่ได้อีกแล้ว เมื่อสื่อ หรือแฟนบอลเริ่มบอกว่าคุณเจ็บบ่อยมากจนเกินไปแล้ว

     “ไม่นะ มันไม่ใช่อาการบาดเจ็บใหญ่ แต่มันเป็นอาการบาดเจ็บเล็กน้อยแต่บ่อยครั้ง ซึ่งผมพยายามหาวิธีทุกอย่างว่าทำอย่างไรถึงจะหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บได้ แต่มันก็เกิดขึ้น ผมเจอช่วงยากลำบากแม้กระทั่งจะเดินไปดูเกมที่สนาม ไปดูเพื่อนร่วมทีมลงเล่น แล้วอยากลงไปเล่น แต่เราทำไม่ได้

     “ผมยอมรับว่าผมไม่ได้ต้องการเลิกเล่น ผมมีสมาธิมีความหวัง แต่ยอมรับล่ะว่ามีคิดถึงเรื่องนี้บ้าง แต่ไม่ใช่มาจากเพราะสิ่งรอบข้างบอกให้ผมเลิกเล่น แต่มันมาจากตัวของผมเองนี่ละ ในจิตใจของผม คุยกับตัวเอง โอเค เราอายุน้อยนะ เราจะเลิกเล่นดีไหม แต่พอคิดถึงความต้องการ และความรักในการเล่นฟุตบอล ผมก็บอกตัวเองได้ว่า ไม่! เราจะไม่เลิก เราจะเล่นฟุตบอลต่อไป เราจะสู้

     “อย่างน้อยถ้าผมกลับมาเล่นฟุตบอลไม่ได้ ผมก็จะไม่เสียใจที่ได้พยายามแล้ว ผมบอกตัวเองตลอดว่า มันเป็นไปได้ มันเป็นไปได้ มันเป็นไปได้ เรากลับมาเล่นฟุตบอลได้ แม้มันไม่เกิดขึ้น ผมก็ทุ่มเททุกอย่างลงไปหมดแล้ว

คุณจัดการมันอย่างไรกับอารมณ์หลายอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

คุณจัดการมันอย่างไรกับอารมณ์หลายอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

     “ผมบอกเลยนะ ว่าบางวันผมออกจากสนามซ้อม และน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง เพราะผมคิดว่าตัวเองไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นแบบนี้ ผมไม่ได้มาลงสนามเพื่อบาดเจ็บ ผมมาที่นี่เพื่อลงเล่นฟุตบอลที่ผมรัก”

     “เมื่อต้องเจอช่วงเวลาที่สาหัสกับการรับมือมัน สิ่งแรกคือเราต้องสงบนิ่งกับตัวเอง คุณเอง (เฌเรมี่) ก็น่าจะรู้ เพราะเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก วันไหนเราเล่นฟุตบอลได้ดี วันนั้นมันก็จะดีไปหมด แต่ถ้าวันไหนเราเล่นได้แย่ หรือมีอะไรแย่ๆ เข้ามามันก็จะทำลายทั้งหมด ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น ไม่อยากอยู่ในห้วงอารมณ์แบบนั้น ผมรักฟุตบอล ผมถึงเล่นฟุตบอล ผมไม่อยากให้ความรู้สึกแบบนั้นย้อนกลับมาทำลายตัวผมเอง และนั่นทำให้ผมเดินหน้าต่อไป”

ถ้าไม่เจอ แดน สมิธ เสียบสกัดในวันนั้น คุณคิดว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร

      ผมคิดสองอย่างนะ อย่างแรกคือ ผมอาจจะก้าวต่อไปจนถึงระดับท๊อปได้ หรือพยายามเพื่อไปถึงในระดับท๊อป อีกอย่างก็คือผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย แม้สุดท้ายมันจะเจออุปสรรค แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ผมได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก การได้ลงเล่นฟุตบอลที่อาร์เซนอล ผมอยากขอบคุณนะ แม้ตัวเองจะเจออาการบาดเจ็บเยอะ ใครก็พูดถึงเรื่องนี้ เวลาพูดเกี่ยวกับตัวผม แต่ผมอยากบอกว่ามันเหมือนตัวเองได้สิทธิพิเศษที่ได้ลงเล่นฟุตบอล ได้ตามฝันของผมตั้งแต่วัยเด็ก…ผมอยากขอบคุณจริงๆ

Diaby Facts

  • ดิยาบี้ ย้ายออกจากอาร์เซนอลไปร่วมงานกับโอลิมปิก มาร์กเซย์ในฤดูกาล 2015-16
  • เขาลงเล่นให้กับมาร์กเซย์เพียง 6 เกมตลอดสองฤดูกาลกับทีม
  • ตลอดฤดูกาล 2017-18 เขาเป็นนักเตะไม่มีสโมสร ก่อนตัดสินใจเลิกเล่นในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
  • มีการระบุว่า ดิยาบี้ บาดเจ็บระหว่างการเล่นกับอาร์เซนอลมากถึง 37 ครั้ง หนักที่สุดคือพักยาวถึง 11 เดือนครึ่ง พลาดเกมลงสนามไปนานถึง 61 เกม
  • ดิยาบี้ ลงเล่นกับทีมชาติฝรั่งเศสทั้งหมด 16 เกม ทำได้ 1 ประตู
Ads ทีเด็ด บอล เต็ง วันนี้ ฟุตบอล วันนี้