UFA6556-LogIn-600x200-01
ufabet ทีเด็ด บอล วันนี้ ราคา บอล

จากยอดนักเตะ สู่ ยอดโค้ช

     ผู้จัดการทีม หรือ โค้ชฟุตบอล เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จได้อย่างมากมาย จึงไม่แปลกที่หลายทีมยอมทุ่มค่าเหนื่อยมหาศาล เพื่อดึงโค้ชที่มีชื่อเสียง และประสบการณ์สูง มายกระดับให้ทีม ยิ่งในยุคบอลสมัยใหม่การปลดโค้ชเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เนื่องด้วยจากฟุตบอลในตอนนี้ มีเรื่องของธุรกิจเข้ามามากขึ้น การให้เวลากับโค้ชในการสร้างทีม จึงเป็นเรื่องที่รอกันไม่ได้แล้ว

     หน้าที่หลักๆ ของ โค้ช เอาให้เข้าใจง่ายที่สุด ก็คือผู้ที่คอยดูแลทีม สอนความรู้ ทักษะ เทคนิคต่างๆ และวิธีการเล่น ดูแลการฝึกซ้อม เพื่อให้นักเตะเข้ากับระบบที่โค้ชต้องการให้เป็น ยังรวมถึงการวิเคราะห์คู่แข่งและปรับแก้ให้กับทีมของตนเอง

     ซึ่งถ้าโค้ชยิ่งประสบการณ์สูง ผ่านการคุมทีมมาหลายปี ยิ่งทำให้รู้ลึกเรื่องการจัดการกับคู่แข่ง ความเคี่ยวในระบบการเล่น มีเทคนิคการฝึกซ้อมให้ลูกทีมที่ดีขึ้น การแก้เกมในระหว่างการแข่งขันก็มีมากขึ้น และรับความกดดันได้สูง

ปีร์โล่ หนึ่งในนักเตะที่ผันตัวมาเป็นโค้ช

     โค้ชส่วนใหญ่ มักเป็นนักฟุตบอลมากก่อน ทำให้ค่อนข้างที่จะรู้ในเรื่องระบบการเล่นและการฝึกซ้อมมาบ้าง ถึงแม้บางคนในสมัยที่เป็นนักเตะ อาจจะไม่ใช่นักเตะที่มีชื่อเสียง หรือเก่งขนาดเป็นซุปเปอร์สตาร์ แต่พอมาคุมทีมกลับมีชื่อเสียงดังกว่า พาทีมคว้าแชมป์ได้เป็นว่าเล่น หรือแม้แต่บางคนไม่เคยอยู่ในวงการฟุตบอลด้วยซ้ำ แต่กลับมาเป็นโค้ชที่คุมทีมใหญ่ได้ นั่นก็ทำให้เห็นว่าการเป็นโค้ชไม่จำเป็นต้องเป็นนักเตะมาก่อน แต่ประสบการณ์ในการทำทีมเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมี

     แต่ในฟุตบอลยุคใหม่มันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ล่าสุด ยูเวนตุส ทีมยักษ์ใหญ่จากลีก อิตาลี ทำเซอร์ไพรส์หลังปลด เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้จัดการทีมจอมสูบ และแต่งตั้ง อันเดรีย ปีร์โล่ อดีตกองกลางของทีม เป็นโค้ชคนใหม่ ทั้งที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ คุมทีมชุดใหญ่มาก่อนเลยสักเกมเดียว

      มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจกับทีม ยูเวนตุส ไม่น้อย เพราะเหตุผลใหญ่ๆ จากการที่ปลด ซาร์รี่้ ก็มาจากการที่ทำทีมตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเป็นถ้วยที่พวกเขาต้องการมากๆ และนั่นก็เลยเป็นเหตุที่ทำให้ค่อนข้างย้อนแย้ง ในเมื่อพวกเขาต้องการถ้วยหูโตใบนี้ แต่เลือกที่จะใช้ ปีร์โล่ เป็นโค้ชเพื่อตามล่าความสำเร็จ

     ปีร์โล่ ในตอนที่ยังเป็นนักเตะเขาลงเล่นในตำแหน่ง “เรจิสตา”  เป็นนักเตะที่นับว่า มันสมองเข้าขั้นอัจฉริยะ เล่นบอล จ่ายบอล ด้วยความชาญฉลาด รับมือกับความกดดันได้ดี เป็นระดับต้นๆ ที่มีมือฉมังในเรื่องลูกนิ่ง และอาจจะด้วย เพราะมันสมอง และความนิ่งของเขา จึงถูกเลือกที่จะให้โอกาสในการคุมทีม ปาดหน้า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่มีข่าวเป็นตัวเต็งมาตลอด

     ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2020 ปีร์โล่ เพิ่งจะรับตำแหน่งโค้ชทีม ยูเวนตุส รุ่น ยู-23 แต่ในวันที่ 8 สิงหาคม 2020 ซึ่งเป็นเวลาเพียง 9 วัน เขากลับได้คุมทีม ยูเวนตุส ชุดใหญ่แล้ว ทั้งที่ยังไม่เคยได้นำทีมลงเตะเลยสักเกม เขาเคยลงเล่นกับ ยูเวนตุส ในช่วงระหว่างปี 2011-2015 ลงไปทั้งหมด 164 นัด ทำได้ 19 ประตู คว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ได้ 4 สมัย พูดได้เต็มปากว่าสมัยยังเป็นนักเตะก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากกับม้าลาย แต่กลับในตำแหน่งเฮดโค้ชนั้น คงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร

     นอกจากนี้ยังมีโค้ชอีกหลายคนที่เคยเป็น อดีตนักเตะระดับตำแหน่งของทีม ก่อนที่ผันตัวมาเป็น โค้ช ให้กับสโมสรเดิมที่เคยลงเล่นอีกครั้ง บางคนก็มีประสบการณ์ในการคุมทีมเล็กๆ มาก่อนบ้าง แต่บางคนก็ไม่มีประสบการณ์เลยแบบ ปีร์โล่

จากนักเตะชั้นนำมาเป็น โค้ชที่น่าสนใจ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

     โค้ชประสบการณ์สูง ที่คุม แมนฯ ซิตี้ อยู่ในขณะนี้ เติบโตมากับศูนย์ฝึก ลา มาเซีย ก่อนที่จะมาลงเล่นกับ บาร์เซโลน่า ชุดใหญ่ไปทั้งหมด 263 เกม คว้าแชมป์ได้อย่างมากมายๆ ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดไปในปี 2007

     ซึ่งภายหลังจากการเลิกเล่นนั้น กวาร์ดิโอลา ได้เป็นโค้ชให้กับสโมสรฟุตบอล บาร์เซโลนา ทีม บี ในปี 2008 เดือน พฤษภาคม ก่อนที่จะรับงานคุมชุดใหญ่ในเดือน มิถุนายน 2008 และเพียงแค่ฤดูกาลแรก เข้าก็พาทีมได้ถึง 3 แชมป์ คือ ลา ลีกา, โคปา เดล เรย์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลายเป็นโค้ชที่ อายุน้อยที่สุด ในการพาทีมคว้าถ้วย ชปล. ในฤดูกาลถัดมา ก็คว้าถ้วย ซูเปร์โกปา เด เอสปันญา, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ  ใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียว พาทีมคว้าได้ถึง 6 ถ้วย

 

ซีเนดีน ซีดาน

     อดีตนักเตะระดับโลก ผู้มีจินตนาการล้ำเลิศ ระดับฝีเท้าคงไม่ต้องพูดถึงว่าเขาเก่งแค่ไหน ผ่านการลงเล่นกับสโมสรใหญ่ๆ มาหลายสโมสร ทั้ง บอร์กโดซ์, ยูเวนตุส ก่อนที่จะแขวนเกือกที่ เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ระดับสโมสร รวมถึงผลงานส่วนตัวเพียบ และยังพาทีมชาติฝรั่งเศส ได้ทั้งแชมป์โลก และแชมป์ยูโร ต่อติดกัน

     ซีดาน สร้างประวัติศาสตร์ ในการเป็นกุนซือ โดยการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งในตอนนี้ก็ยังไม่มีใครเทียบสถิตินี้ได้เลย การเริ่มต้นของ ซีดาน นั้นก็มาจากการที่ไม่มีประสบการณ์มาก เขารับไม้ต่อจาก ราฟาเอล เบนิเตซ ที่โดนปลดหลังพ่าย บาร์เซโลน่า 4-0 ในฤดูกาล 2015/16 แต่ภายหลังจากคุมทีมของเขา ที่รู้จักทีมตัวเองดี เลือกใช้นักเตะจากฟอร์มการเล่นไม่ใช่จากชื่อเสียง และดันเด็กเยาวชนขึ้นมาเป็นกำลังหลัก ซึ่งในฤดูกาลนั้นเขาก็พาทีมกลับมาล้างแค้น บาร์เซโลน่า ได้สำเร็จในถิ่น คัมป์นู ด้วยสกอร์ 2-1 ก่อนจบฤดูกาลการแบบแพ้คะแนน บาร์ซ่า ไปแค่แต้มเดียว (91 กับ 90) และคว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่คุมทีม

 

เจนนาโร่ กัตตูโซ่

     เจ้ารถถังมนุษย์ อดีตนักเตะของ เอซี มิลาน ผู้เป็นหนึ่งในหัวใจของเกมรับ พา ปีศาจแดงดำ ได้ทั้ง แชมป์ ​ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย, แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา 2 สมัย, แชมป์ โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย และยังมีแชมป์อื่นๆ อีกพอสมควร ส่วนผลงานระดับทีมชาติก็เป็นหนึ่งในนักเตะ ที่นำทีมชาติอิตาลี คว้าแชมป์โลกได้ในปี 2006

     เขาเริ่มต้นในการเป็นโค้ชกับ ซิยง ทีมจาก สวิตเซอร์แลนด์ ในปี 2013 ซึ่งในตอนนั้นเป็นทั้งนักเตะและโค้ช ก่อนที่จะไปคุมที่ ปาแลร์โม่ และกลับมาคุมทีม เอซี มิลาน ในปี 2017 การกลับมา เอซี มิลาน ของเขาในตอนนั้น ถูกคาดหวังว่าจะเป็นผู้ปลุกยักษ์ที่หลับใหลมานาน แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังไม่สำเร็จ และในที่สุดเขาก็ย้ายมาคว้าแชมป์แรกให้กับตัวเองได้สำเร็จ กับสโมสร นาโปลี กับถ้วย โคปปา อิตาเลีย

 

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่

     ตำนานนักเตะของ เอสปันญ่อล ในสมัยเป็นนักเตะ อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนโค้ชคนอื่นที่ยกตัวอย่างมา แต่การเป็นโค้ชของเขา นับฝีมือระดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว

     ภายหลังจากการแขวนสตั๊ดกับ เอสปันญ่อล ในปี 2006 ก่อนที่จะกลับมารับเผือกร้อนที่ เอสปันญ่อล อีกครั้ง ในปี 2009 ซึ่งสถานการณ์ของทีมในเวลานั้น สุ่มเสี่ยงที่จะตกชั้นเต็มที แต่การมาของ พอช ทำให้ทีมจบฤดูกาลนั้นในอันดับที่ 10 รอดตกชั้นได้อย่างสบายๆ แถมยังพาทีมบุกไปชนะ บาร์เซโลน่า ได้ถึงรัง ในรอบ 27 ปี อีกด้วย

     ผลงานที่ดีที่สุดคงไม่พ้นการคุมทีม ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ที่ตลอดเวลาในการคุมทีมนั้น พาทีมจบอันดับท็อปซิกซ์ ได้เสมอ และยังพาไก่เดือยทอง เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แม้ว่าท้ายที่สุดจะพ่าย ลิเวอร์พูล ไปอย่างน่าเสียดาย

โค้ชที่หลายคนจับตามอง

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

     อดีตกองหน้าซุปเปอร์ซับของผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้เป็นนักเตะสำรองพลิกเกม พาทีมชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ในวินาทีสุดท้าย โซลชา นั้นรับใช้ แมนฯ ยู ถึง 11 ปี ลงเล่นถึง 366 เกม ยิงไป 126 ประตู ซึ่งเขาแขวนสตั๊ดไปในฤดูกาล 2006/07

     การคุมทีมของเขาเริ่มต้นในปี 2008 โดยการเป็นโค้ชศูนย์หน้า ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก่อนที่จะถูกตั้งแต่ให้เป็นผู้จัดการทีม ชุดสำรองของ ปีศาจแดง โดยพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรอง 1 สมัย, แชมป์ พรีเมียร์ลีก สำรองตอนเหนือ 1 สมัย, แชมป์ แลนคาเชียร์ ซีเนียร์ คัพ 1 สมัย และแชมป์ แมนเชสเตอร์ ซีเนียร์ คัพ อีก 1 สมัย ก่อนที่จะกลับไปคุมสโมสร โมลด์ ในปี 2011

     แต่การกลับมาในพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของเขา ไม่สวยงามเอาเสียเลย เขากลับมารับเผือกร้อน ในปี 2014 กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และพาทีมชั้นด้วยอันดับบ๊วยในตาราง หลังตกไปก็ยังฟอร์มไม่ดีจนสุดท้ายต้องโดนปลด จนต้องกลับไป โมลด์ อีกครั้ง และภายหลังจากการกลับไปสั่งสมประสบการณ์ เขากลับมาปลุกผีได้สำเร็จในฤดูกาล 2018/19 รับไม้ต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ่ โดยชนะต่อเนื่องได้ถึง 8 เกมรวด ผลงานล่าสุดก็คว้าตัว บรูโน่ แฟร์นานเดส พาผีแดงที่หลุดฟอร์มเอาดื้อๆ กลับมาคว้าที่ 3 ในลีกได้สำเร็จ

 

แฟร้ง แลมพาร์ด

     ตำนานกองกลางจอมถล่มประตูของเชลซี ฝากผลงานทิ้งไว้ในสมัยที่ยังเป็นนักเตะไว้มากมาย ลงเล่นให้กับสโมสรอย่างยาวนานถึง 13 ปี ลงเล่นทั้งหมด 648 เกม ทำสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของสโมสรด้วยประตู 211 ประตู คว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 ครั้ง, ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 1 ครั้ง, พรีเมียร์ลีก 3 ครั้ง, เอฟเอ คัพ 4 ครั้ง และแชมป์ ลีก คัพ อีก 2 ครั้ง รวมถึงผลงานส่วนตัวอีกเยอะมาก ก่อนที่จะย้ายออกจากเชลซี เขาลงเล่นให้กับแมน ซิตี้ และนิวยอร์ค ซิตี้ และแขวนสตั๊ดในปี 2017

     การกลับมาในบทบาทโค้ชของ แลมพาร์ด เขาได้คุม ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ฤดูกาล 2018/19 โดยพาทีมคว้าที่ 6 ได้สำเร็จ ได้สิทธิ์เล่นเพลย์ออฟเลื่อนชั้น แต่พลาดท่าพ่ายในนัดชิงให้กับ แอสตัน วิลล่า หลังจากนั้นเขาได้กลับมายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกครั้ง ในฤดูกาล 2019/20 ซึ่งการกลับมาของเขาต้องเสียผู้เล่นคนเก่งอย่าง เอเดน อาซาร์ และโดนแบบห้ามซื้ออีกด้วย แต่เขาก็ทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ คว้าที่ 4 ได้สำเร็จ พาทีมไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้า และยังพาทีมเข้าชิง เอฟเอ คัพ กับอาร์เซน่อล แต่สุดท้ายต้องอกหักในนัดชิงอีกครั้ง พ่าย ปืนใหญ่ไป 2-1 ส่วนถ้วย ชปล. ก็พาทีมที่สภาพไม่สมบูรณ์ มาได้ถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนพ่ายเละเทะ ไปกลับ 7-1

 

มิเกล อาร์เตต้า

     อดีตกัปตันทีมปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ผู้เป็นที่รักของแฟนบอล และเคยได้โหวตจากแฟนบอลให้เป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมในปี 2011-2012 แม้จะเคยอยู่กับเอฟเวอร์ตันถึง 8 ปี แต่เขาก็เก็บประสบการณ์ทั้งหมดที่สั่งสม มาใช้กับ อาร์เซน่อล อีก 5 ปี พาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ก่อนที่จะแขวนสตั้ดกับทีมไปในปี 2016

     อาร์เตต้า ผู้ไม่มีส่วนร่วมกับทีมชาติชุดใหญ่ของสเปน แต่ชื่อเสียงและประสบการณ์ที่เขามีในระดับสโมสร ก็ทำให้เขาเป็นที่สนใจที่จะนำเขามาช่วยในฐานะผู้ช่วยโค้ช และเขาก็ตัดสินใจร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือเพื่อนร่วมชาติในทันทีที่ได้ถูกชักชวนหลังจากเลิกเล่น

     เขามีส่วนช่วยเหลือ เป๊ป ในการยกระดับทีมสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนขึ้นมาเป็นระดับยอดทีมของเกาะอังกฤษ โดยสามารถพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ติดต่อกันถึง 2 สมัยติด ทั้งในปี 2017/18 และ 2018/19 เป็นเวลา 3 ปีกว่าๆ ที่เขาเก็บประสบการณ์กับ เป๊ป ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจรับงาน โค้ช โดยการมารับช่วงต่อของ อูไน เอเมรี่ แม้ว่าเขาจะมาในช่วงกลางฤดูกาล กว่าจะจูนนักเตะติดก็ค่อนข้างกระท่อนกระแท่นซะเหลือเกิน แต่ท้ายที่สุดแล้ง เขาก็นำทีมคว้าแชม เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ ในการชนะเชลซี 2-1 นับว่าเป็นแชมป์แรกอย่างเป็นทางการในการคุมทีม

     นี่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของผู้จัดการทีมที่เคยเป็นนักเตะของทีมมาก่อน บางคนก็ไม่ได้สวยงาม บางคนก็กวาดแชมป์ไปนับไม่ถ้วน สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากการนำนักเตะเก่ามาคุมทีม ก็คือ ความรัก นี่แหละ ความรักสโมสรของเจ้าตัว ความมุ่งมั่นที่จะทำ ความเข้าใจในสโมสร นอกจากนี้ โค้ชระดับตำนานทีมแบบนี้ ยังเข้าใจในตัวนักเตะ และได้ความเคารพจากตัวนักเตะอย่างมาก ผมก็หวังว่า ปีร์โล่ โค้ชหน้าใหม่จะพาทีมประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

Ads ทีเด็ด บอล เต็ง วันนี้ ฟุตบอล วันนี้